kersik

kersik2

 

ตำนานมัสยิดกรือเซะ  

ที่กรือเซะ-บานาเป็นเรื่องราวที่ได้สร้างความอัปยศให้ กับสังคมมุสลิมนับตั้งแต่ได้มีประวัติศาสตร์อิสลามเกิดขึ้นมาในปัตตานีเริ่ม จากรัชสมัยของพระยาอินทิราแห่งราชวงศ์  RAJA WANGSA ซึ่งพระองค์เข้ายอมรับในศาสนาอิสลามและมีพระนามว่าสุลต่านอิสมาแอลชาห์ซึ่ง ตามประวัติศาสตร์แล้วมัสยิดกรือเซ๊ะไม่ได้ถูกสร้างโดยลิ้มโต๊ะเคียมเหมือน กับตำนานของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ได้รับบอกเล่าต่อๆกันมาหรือตามตำนานที่ ได้ถูกบันทึกในวารสารอสท.ของททท.

และมัสยิดกรือเซ๊ะไม่ได้ถูกฟ้าผ่าเนื่องจากคำสาปแช่งของนางสาวลิ้มกอ เหนี่ยวหรือหลิมกอเนี่ยวที่ผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ริมชายหาดตันหยงลู โล๊ะดั่งที่ตำนานได้บอกกล่าวไว้ที่ว่า“เมื่อนางไม่สามารถชวนลิ้มโต๊ะเคี่ยม หรือหลิมเต้าเคียนผู้เป็นพี่ชายกลับเมืองจีนเพื่อไปดูแลแม่ที่ชราได้นางจึง เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ตัดสินใจผูกคอตายกับต้นมะม่วงหิมพานต์  (ยาโหง่ย,ยาร่วง,ยาหมู)  พร้อมทั้งได้อาฆาตพยาบาทต่อมัสยิดกรือเซะที่เป็นต้นเหตุให้พี่ชายไม่สามารถ กลับเมืองจีนพร้อมกับนางได้นางจึงได้ตั้งจิตอธิฐานว่าขอให้มัสยิดหลังนี้มี อันเป็นไปในทุกๆครั้งที่มีการก่อสร้างหรือสร้างเสร็จจากนั้นก็ได้มีฟ้าคะนอง พร้อมกับได้มีอสนีบาตฟาดลงบนโดมมัสยิดพังพินาศเสียหายชาวมุสลิมต่างเกรงกลัว ต่ออิทธิฤทธิ์ของนางลิ้มกอเหนี่ยวไม่กล้าที่จะกลับมาสร้างต่อและครั้งใดก็ ตามที่ชาวมุสลิมคิดที่จะบูรณะมัสยิดหลังนี้เมื่อทำการบูรณะเสร็จก็จะโดนฟ้า ผ่าทุกครั้งไปจนชาวมุสลิมไม่กล้าบูรณะมัสยิดหลังนี้อีกต่อไปและปล่อยให้ มัสยิดรกร้างตั้งแต่นั้นมาด้วยเพราะความเกรงกลัวต่ออำนาจอิทธิฤทธิ์ของนาง สาวลิ้มกอเหนี่ยวหรือเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปัจจุบัน”

แต่ในทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ไทยบางส่วนและประวัติศาสตร์ของชาวมลายูบันทึกว่า สาเหตุที่มัสยิดกรือเซ๊ะเสียหาย เพราะโดนกองทัพจากกรุงสยามเข้าตีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2328 ครั้งที่กองทัพสยามเข้ามาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ทหารสยามได้ระดมยิงปืนใหญ่จน เมืองและพระราชวังเสียหายตลอดจนมัสยิดเสียหายและเมื่อทหารสยามรบชนะก็ได้ทำ การเผามัสยิดเพื่อลอกเอาเนื้อทองคำบริสุทธิ์ที่ห่อหุ้มบนโดมมัสยิดกรือเซ๊ะ อันสวยงามแห่งนี้และหลังจากกองทัพสยามได้ยกทัพมาปราบหัวเมืองปักษ์ใต้กล่าว กันว่าในสมัยที่กองทหารสยามกวาดและริบทรัพย์สินจากเชลยศึกในสงครามปัตตานีใน สมัยที่กองทัพถอยทัพกลับนั้นด้วยความที่ทรัพย์สินของปัตตานีมีมากเรือลำ หนึ่งที่บรรทุกปืนใหญ่ศรีนะฆะราจมล้มในอ่าวปัตตานีและทหารสยามต้องเท้ากลับ กรุงเทพมหานครฯเพราะเรือของกองทัพเรือทั้งต้องบรรทุกทรัพย์สินของเชลยศึกที่ ยึดได้จากสงครามกลับกรุงเทพฯ

ปัตตานีกลันตันตรังกานูเคดะห์และปีนังถูกตีและยึดครองในสมัยนั้นและในปี พ.ศ.2329 กองทัพสยามได้ยึดปืนใหญ่นางพญาตานีขึ้นไปกรุงเทพฯพร้อมกับได้ทำการกวาดต้น เชลยศึกมลายูขึ้นไปจำนวนหลายสิบหมื่นคนเพื่อไปเป็นโลห์มนุษย์และทำการขุด คลองจนได้ชื่อว่าคลองแสนแสบในปัจจุบันสถานที่ๆเชลยศึกและทาสมลายูถูกปล่อย เป็นกลุ่มก้อนมากที่สุดก็คือแถวคลองตันพระโขนงมีนบุรีหนองจอกทุ่งครุนครนายก ปทุมธานีและแปดริ้ว ( อ.บางน้ำเปรี้ยวจ.ฉะเฉิงเทราปัจจุบัน)

มัสยิดกรือเซ๊ะหรือมัสยิดปินตูกรือบังตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ ถูกฟ้าผ่าดั่งที่เรื่องราวของตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนียวบันทึกไว้แต่โดนเผา เมื่อตอนที่สมัยกองทัพสยามได้เข้ามาตีหัวเมืองปักษ์ใต้แม่ทัพบางคนที่คุมทัพ รัตนโกสินทร์ครั้งนั้นอย่างเช่นพระยาราชบังสันซึ่งเป็นมุสลิมเสียใจต่อการ กระทำครั้งนี้ของกองทัพสยามอย่างมากแต่สงครามก็คือสงครามผู้ชนะย่อมต้อง ทำลายเมืองหรือศาสนสถานตลอดจนบ้านเรือนของผู้พ่ายแพ้สงครามเพื่อไม่ตั้งตัว เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดินในอนาคตได้กองทัพพม่าได้เคยกระทำต่อกรุงศรีอยุธยา ฉันท์ใดกองทัพสยามก็ได้ทำต่อปัตตานีฉันท์นั้น

มัสยิดกรือเซ๊ะหรือมัสยิดปินตูกรือบังได้ถูกกรมศิลปกรตีทะเบียนเป็นโบราณ สถานและทำการบูรณะเมื่อปีพ.ศ.2478 และได้ทำการบูรณะอีกครั้งในปีพ.ศ.2500 และในปีพ.ศ.2525 ได้ทำการบูรณะอีกครั้งเนื่องในโอกาสสมโภชน์กรุงรัตนโกสินทร์ลิ้มโต๊ะเคี่ยม หรือหลิมเต้าเคียนเข้ามาในปัตตานีเมื่อประมาณปีพ.ศ.2119 ในสมัยแผ่นดินสุลต่านบาฮาดูร์ชาห์โดยได้นำเรือสำเภามาจอดเทียบท่าที่ท่า เทียบเรือตันหยงลูโล๊ะแต่ก็ไม่ปรากฏว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมหรือหลิมเต้าเคียนได้ อภิเษกสมรสเจ้าหญิงคนไหนเลยไม่ว่าจะเป็นเจ้าหญิงฮิเยาว์เจ้าหญิงบีรูหรือ เจ้าหญิงอูงูเพราะฉะนั้นตามตำนาน(ที่ตำนาน-นาน) ได้เล่าต่อๆกันมาว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมได้แต่งงานกับบุตรีของเจ้าเมืองปัตตานี น่าจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเพราะในประวัติศาสตร์อิสลามปัตตานีนับ ตั้งแต่พระยาอินทิราเข้ารับอิสลามมาจนถึงการปกครองของสุลต่านบาฮาดูร์ชาห์ ซึ่งอยู่ในระหว่างปีพ.ศ.2043-2127 ไม่ปรากฏว่าบุตรีของสุลต่านองค์ใดแต่งงานกับลิ้มโต๊ะเคี่ยมหรือหลิมเต้า เคียนเลยและมัสยิดกรือเซะไม่ได้ถูกสร้างในสมัยสุลต่านบาฮาดูร์ชาห์แต่น่าจะ สร้างในรัชสมัยของสุลต่านอิสมาแอลชาห์ (พระยาอินทิรา)ภายหลังจากที่พระองค์ได้เข้ารับศาสนาอิสลามและสิ่งที่น่า สังเกตอีกอย่างก็คือศีลปะของมัสยิดกรือเป็นศิลปะแบบเปอร์เซียไม่ว่าจะเป็น ซุ้มโค้งประตูหรือเมี๊ยะรอบล้วนแล้วแต่เป็นทรงและศีลปแบบเปอร์เซียทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจะสร้างมัสยิดหลังนี้ตามที่ ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเล่าต่อๆกันมาเพราะถ้าเราได้ไปดูมัสยิดในเมืองจีน ที่สร้างเมื่อ 400-500 ปีที่แล้วเราเห็นได้ว่ามัสยิดเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นทรงจีน(เหมือนวัด จีน)ทั้งสิ้นลิ้มโต๊ะเคี่ยมจะเอาศีลปกรรมแบบเปอร์เซียมาสร้างมัสยิดนี้ได้ อย่างไรอาจจะเป็นไปได้ว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมอาจจะเข้ามาช่วยอาสาบูรณะมัสยิดภาย หลังจากเกิดความเสียหายจากสงครามก็เป็นได้อีกอย่างลิ้มโต๊ะเคี่ยมไม่ได้สมรส กับบุตรีของสุลต่านปัตตานีดั่งที่ตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวว่ากล่าวไว้แต่ อาจจะสมรสกับเครือญาติของสุลต่านก็เป็นได้ลิ้มโต๊ะเคี่ยมจึงเป็นผู้ที่อาสา ต่อเติมมัสยิดให้เสร็จสิ้นและสิ่งที่น่าสังเกตก็คือในสมัยเจ้าหญิงฮิเยาว์ เจ้าหญิงบีรูเจ้าหญิงอูงูและเจ้าหญิงกูนิงครองเมืองปัตตานีระหว่างปี พ.ศ.2127-2230 มัสยิดกรือเซะก็ยังไม่ถูกทำลายมัสยิดกรือเซะยังคงถูกบันทึกว่าเป็นมัสยิดที่ งดงามภายในมัสยิดมีลวดลายอันวิจิตรบนยอดโดมของมัสยิดกรือเซะหุ้มด้วยทองคำ บริสุทธิ์

อาจเป็นไปได้ว่าในสมัยราชินีฮิเยาว์เคยเกิดสงครามครั้งหนึ่งที่ทำให้ มัสยิดเสียหายคือในปีพ.ศ. 2146 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ส่งกองทัพเรือเข้ามาตีเมืองปัตตานีโดยมีออกญาเดโช เป็นผู้นำทัพโดยมาขึ้นที่ปากอ่าวเมืองปัตตานีและบุกเข้าประชิดตัวเมือง ราชินีฮิเยาว์ได้นำทหารหาญของเมืองปัตตานีออกมาต่อต้านกองทัพอยุธยาอย่าง เต็มกำลังสามารถโดยใช้ปืนใหญ่ออกมายิงต่อสู้จนกองทัพสยามต้องถอยทัพกลับไปใน ที่สุดและในศึกสงครามครั้งนี้ทำให้มัสยิดกรือเซะหรือมัสยิดปินตูกรือบังเสีย หายลิ้มโต๊ะเคี่ยมซึ่งรับราชการอยู่จึงรับอาสาช่วยบูรณะซ่อมมัสยิดกรือเซะ และเป็นเวลาเดียวกับที่นางหรือนางสาวลิ้มกอเหนี่ยว (สมัยนั้นยังไม่ได้รับฉายาเป็นเจ้าแม่) มาตามพี่ชายแต่พี่ชายไม่ยอมกลับเพราะยังบูรณะมัสยิดไม่เสร็จและอาจเป็นไปได้ ว่าลิ้มโต๊ะเคี่ยมมีความตั้งใจแล้วว่าจะไม่กลับไปแผ่นดินจีนอีกเพราะ 1.ต้องการบูรณะมัสยิดให้เสร็จ 2.ต้องต้องการที่จะตั้งรกรากใหม่ที่นี่เพราะมีลูกมีเมียแล้ว 3.เพราะตนเข้ารับอิสลามและเป็นมุสลิม

นางสาวลิ้มกอเหนี่ยวเมื่อได้รับการปฏิเสธจากพี่ชายก็เลยเสียใจเพราะได้ รับปากกับทางบ้านแล้วว่าจะนำพี่ชายไปยังบ้านเกิดให้จงได้ไม่ว่าพี่ชายจะ อธิบายเหตุผลและความจำเป็นของภารกิจอย่างไรก็ตามลิ้มกอเหนี่ยวก็ไม่ยอมฟัง เมื่อไม่สามารถโน้มน้าวจิตใจพี่ชายให้คล้อยตามนางได้นางจึงเสียใจเป็นที่สุด เพราะนางไม่สามารถบากหน้ากลับบ้านไปหาแม่ได้โดยปราศจากพี่ชายจึงได้ตัดสินใจ ผูกคอตายโดยใช้ผ้าหรือเชือกผูกกับต้นมะม่วงหิมพานต์ที่ริมชายหาดตันหยงลูโละ ส่วนนางจะสาปแช่งให้ฟ้าผ่ามัสยิดหรือไม่นั้นเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ถ้า หากนางสาปแช่งมัสยิดกรือเซะจริงแล้วใครเป็นคนได้ยินแล้วหากมีคนได้ยินตอนที่ นางสาปแช่งทำไมไม่ช่วยกันห้ามการผูกคอตายครั้งนี้เป็นไปเพราะน้อยใจพี่ชาย เท่านั้นหรือหากนางอาฆาตพยาบาทต่อมัสยิดกรือเซะก็คงไม่ใช่เพราะแรงอาฆาต พยาบาทหรือแรงอธิษฐานของนางหรอกที่ดลบันดาลให้ฟ้าผ่ามัสยิดกรือเซะหรือหากมี ฟ้าผ่ามัสยิดกรือบ้างก็เพียงเพราะเหตุที่โดมสัมยิดกรือหุ้มด้วยทองคำต่างหาก เพราะมัสยิดกรือเซะในสมัยนั้นไม่มีสายล่อฟ้าในความเป็นจริงมัสยิดกรือเซะก็ ไม่ได้เสียหายเพราะถูกฟ้าผ่า

ผู้ชนะย่อมสามารถเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาเองได้แต่การจะเขียนว่า “มัสยิดกรือเซะโดนนางสาวหรือนางลิ้มกอเหนี่ยวสาปแช่งไว้จนถูกฟ้าผ่านั้น” มันขัดกับความจริงที่เกิดขึ้น “จึงอุปโลกตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวขึ้นมาเพราะต้องการปกปิดความจริง บางอย่าง” ซึ่งจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องปกปิดเลยเพราะอดีตก็คืออดีตอดีตมีเพื่อเรียนรู้ ไว้เป็นบทเรียนสิ่งที่ดีจากการเรียนรู้ในอดีตเราก็สามารถนำมาปรับปรุงพัฒนา ให้ดียิ่งขึ้นได้สิ่งที่ไม่ดีก็ต้องจดจำไว้เป็นอุทาหรณ์เพื่อช่วยกันป้องกัน แก้ไขอย่าให้เกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

การที่มีลูกปืนใหญ่ยิงถล่มเข้ามาโดนมัสยิดจนเสียหายในช่วงสงครามมันเป็น เรื่องปกติ การที่ทหารเข้าปล้นสดมภ์บ้านเรือนกวาดต้อนเชลยศึกตลอดจนยึดทรัพย์สินของมี ค่าในระหว่างสงครามหรือเผาศาสนสถานเพื่อลอกเอาทองคำออกจากโบสถ์วิหารอาราม วัดสุเหร่าหรือมัสยิดมันก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาในสงครามที่ไม่เห็นจะต้องปก ปิดแล้วสร้างตำนานด้วยเรื่องที่จะทำลายศรัทธาของชาวมุสลิมอย่างร้ายแรงกว่า ที่ไม่อาจรับได้เพราะฉะนั้นอยากขอร้องสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย.ภาคใต้เขต 1 ,สำนักงานททท.ภาคใต้เขต 3 , บริษัทท่องเที่ยวตลอดจนมัคคุเทศก์กรุณาช่วยปฏิบัติหน้าที่ทูตวัฒนธรรมหรือ ทูตของประเทศอย่างมีความรู้ศึกษาประวัติศาสตร์เรียนรู้อดีตปัจจุบันตลอดจน ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมตลอดจน

ยุทธศาสตร์ของจังหวัดให้ดีเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้แตกฉานไม่ใช่ไปอธิบายเรื่องตำนานแล้วบอกว่าเป็นประวัติศาตร์เพราะมันจะ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้นสามจังหวัดภาคใต้มีสถานที่ท่อง เที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมีโบราณสถานให้ศึกษามีขนมธรรมประเพณีและวัฒนธรรม ที่ดีงามไม่แพ้ที่ใดในประเทศนี้แต่ สามจังหวัดกลับเสียโอกาสที่จะพัฒนธรรมทรัพยากรการท่องเที่ยวมีอยู่ให้เกิด ประโยชน์กับคนในท้องถิ่นชนในชาติตลอดจนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศให้มากที่ สุดเพราะเราไม่ยอมเรียนรู้ข้อดีปรับปรุงข้อด้วยของกันและกันหวังว่าอนาคตอัน ใกล้นี้เราคงจะไม่ได้ยินมัคคุเทศก์ที่นำนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่าง ประเทศไปยืนถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกกับสุสานหรือฮ้วงซุ้ย(จำลอง)ของเจ้าแม่ ลิ้มกอเหนี่ยวแล้วชี้นิ้วไปที่มัสยิดกรือเซะพร้อมบรรยายด้วยถ้อยคำหรือวลี ที่ว่า “มัสยิดหลังนี้แหละที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวสาปแช่งจนฟ้าผ่าและสร้างไม่เสร็จ และเมื่อมีชาวมุสลิมคิดบูรณะ

มัสยิดหลังนี้ครั้งใดก็จะโดนฟ้าผ่าเสียทุกครั้งซึ่งมัสยิดหลังนี้โดนฟ้า ผ่าทุกๆครั้งที่มีการบูรณะกล่าวกันว่ามัสยิดหลังนี้โดนฟ้าผ่าถึง 3 ครั้ง 3 คราจนมุสลิมแถวนี้หวาดกลัวต่ออิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่และ ไม่กล้าที่จะคิดบูรณะมัสยิดแห่งนี้อีกเลย

ข้อสังเกตก็คือถ้ามีคนที่ได้ยินหรือพบเห็น นางลิ้มกอเหนี่ยวสาปแช่งมัสยิดกรือเซะแล้วทำไมเขาคนนั้นไม่ห้ามนางลิ้มกอ เหนี่ยวผูกคอตัวเองที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ในครั่งนั้น แน่นอนว่าถ้ามีคนพบเห็นนางลิ้มกอเหนี่ยวกำลังจะฆ่าตัวตายเขาคนนั้นจะต้อง ช่วย แต่นี้ไม่มีคนช่วยและคงไม่มีใครที่ได้ยินคำสาปแช่งของนางลิ้มกอเหนี่ยว แต่นิทานเรื่องนี้เป็นการอุปโลกน์ของรัฐสยาม.

3 Responses to kersik

  1. Hinting says:

    why you not ask Tuan guru Nik Dair Waba of Saiburi p;d stident of sekolah arab kelantan who are associated with the pasir puteh and associated with the printing of mejelis ugama islam kelantan about sejarah pattani where you kept the oriiginal copy………..and the man who distrubuted the sejarah pattani in pattani it happen in 1961
    my friend who was killed by the police causes of what
    1.Yahya Tok jong pattani
    2. Abdullah Garek anal imam garek tonsai
    3 Tengku____yala
    4 Ahmad Bea mad lost
    why nik dair waba not arrest by the po;ice Pn;y one man who keep the secret of his activity as —————–now living in USA
    Ra

  2. ผมฟังแล้วก็…….ได้ข้อคิด….นะ ประวัติศาสตร์คือประวัติศาสตร์ศึกษาให้รู้ เรื่องราวในอดึต มาปรับปรุงแก้ไข ข้อผิดพลาด…….

    เพื่อสังคมสงบสุข

  3. สุดยอด เรืองจริงที่่เราตัองรุ่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: