| สถานการณ์แบบนี้…ใครบอกว่าจะมาลงทุนทำธุรกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนฟังต้องคิดในใจว่า “โม้แน่ๆ” |
| แต่ เรื่องที่ไม่มีใครอยากเชื่อ กำลังจะกลายเป็นความจริงแล้ว เมื่อบริษัท ดี อาร์ เอส ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (DRS DEVELOPMENT CO., LTD) ได้ตัดสินใจระดมทุนร่วม 500 ล้านบาท ทำโครงการ “ปัตตานีเพลส” โครงการชื่อเก๋ๆ ที่ว่านี้ คือการก่อสร้างศูนย์การค้าและศูนย์กลางการศึกษาขนาดใหญ่ใจกลางเมืองปัตตานี ศูนย์การค้านั้นพอจะนึกภาพออก แต่ศูนย์กลางทางการศึกษาคงต้องอธิบายกันหน่อยว่าไม่ใช่การเปิดมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนในระบบการศึกษาปกติ แต่เป็นการสร้างสถานที่สำหรับเปิดติวและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาการศึกษา ทั้งหมดอยู่ในอาคารศูนย์การศึกษานานาชาติซึ่งเป็นหัวใจของโครงการนี้
โครงการดังกล่าว เพิ่งมีการจัดเสวนาและนำเสนอโครงการของผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ ไปเมื่อปลาย ต.ค.ที่ผ่านมานี้เอง ที่ห้องประชุมเช็คอะหมัด-อัลฟาฏอนียฺ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) โดยมีแผนจะตอกเสาเข็มเริ่มโครงการในต้นปีหน้า และเปิดอย่างอลังการได้ช่วงสิ้นปี ทวีศักดิ์ มหามะ บอร์ดบริหารโครงการปัตตานีเพลส บอกว่า เขามักมองวิกฤติให้เป็นโอกาส และนั่นคือการตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการลงทุนครั้งใหญ่ที่ปัตตานี “ผมเป็นนักธุรกิจ วันนี้พี่น้องในพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ความไม่สงบและความรุนแรงในมุมมองของสื่อที่ได้เสนอออกไป ทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูไม่น่าลงทุน เพราะมันน่ากลัว แต่ผมอยากขอเชิญชวนพี่น้องที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ของประเทศไทยให้มาเยี่ยมปัตตานี ถ้าถามว่าวันนี้ปัตตานีเป็นอย่างไร คำตอบคือเท่าที่ผมได้มาสัมผัส มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เป็นข่าว” ทวีศักดิ์ บอกว่า ก่อนจะตัดสินใจลงทุน ได้ทำการศึกษาวิจัยเป็นอย่างดีแล้ว เพราะทราบดีถึงปัญหาในพื้นที่แห่งนี้ “ก่อนจะทำโครงการเรามีการวิเคราะห์และวิจัยโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญทางด้าน อสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือเราต้องดูทำเลที่ตั้ง ซึ่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีศักยภาพ แต่สิ่งที่ทำให้เด็กขาดศักยภาพคือโอกาส ขาดโอกาสที่จะเติมเต็ม เราก็หวังที่จะเพิ่มพูนความรู้ให้กับเด็กๆ ในพื้นที่ เพื่อพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการต่อไป” “บนถนนเจริญประดิษฐ์ หรือถนนสาย ม.อ.นั้น สามทุ่มยังมีคนพลุกพล่าน ตรงนี้เองที่เรามองว่าดีมานด์สูง (หมายถึงความต้องการซื้อ) แต่ตัวซัพพลาย (ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ) กลับยังไม่มี เราไม่ใช่คู่แข่งขององค์กรอื่นๆ ในภาคธุรกิจ แต่เราพยายามเติมเต็มในส่วนที่ขาดมากกว่า” “ในปัตตานีเพลสจะมี ไออีซี หรือศูนย์การศึกษาในระดับนานาชาติ ซึ่งต่อไปนี้เด็กในพื้นที่สามจังหวัด หากต้องการศึกษาต่อ ก็ไม่ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯแล้ว เพราะที่นี่จะเปิดเป็นสถานที่ทดสอบภาษาอังกฤษ และมีติวเตอร์เพื่อต่อยอดเรื่องการศึกษาในต่างประเทศด้วย” สิ่งที่ ทวีศักดิ์ อธิบายว่าโครงการปัตตานีเพลสเน้นเป็นพิเศษ คือการพัฒนา “ภาษาที่สอง” ให้กับเยาวชนในพื้นที่ อย่างไรก็ดี ยังคงมีคำถามมากมายถึงที่มาของโครงการอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ ผศ.นิฟาริศ ระเด่นอาหมัด รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและวัฒนธรรม ม.อ.ปัตตานี ในฐานะที่ปรึกษาด้านวิชาการของโครงการ เล่าว่า แรกเริ่มได้รับข้อเสนอจากนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความคิดจะทำธุรกิจเรื่อง การศึกษา ส่วนตัวคิดว่าน่าจะช่วยได้ เพราะทราบปัญหาในพื้นที่เป็นอย่างดีว่ามาตรฐานของเด็กในพื้นที่นี่ต่ำกว่า เด็กที่อื่นๆ มาก ทำให้บางส่วนที่ทางบ้านมีฐานะการเงินดี จะส่งไปเรียนเพิ่มเติมที่หาดใหญ่ (จ.สงขลา) และกรุงเทพ ฯ ทำให้เด็กต้องอยู่ไกลบ้าน อาจจะเสียผู้เสียคน ขณะที่เงินที่ต้องส่งเสียก็สูงขึ้น นอกจากประโยชน์ทางด้านธุรกิจ การศึกษา และบันเทิง ที่จะต้องผสานกันอย่างลงตัวและเหมาะสมแล้ว ผศ.นิฟาริศ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามที่จะต้องคงอยู่ใน พื้นที่นี้ต่อไป “เรื่องนี้ถ้าทำได้ก็นับว่าเป็นผลสำเร็จอย่างแน่นอน ถ้าเราอธิบายให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่าโครงการที่จะเกิดตรงนี้เป็นอย่างไร (หมายถึงปัตตานีเพลส) เขาก็คงมาร่วมงานกับเรา และถ้าเราทำตรงนี้ให้มีวัคซีนป้องกัน ทุกคนต้องมาหาเราแน่ ฉะนั้นคุณภาพเรื่องการศึกษาต้องดี บวกกับคุณธรรมจริยธรรมของอิสลามเข้าไป ถ้าทำได้จะแก้ปัญหาสังคมในระยะยาว” ป่วนใต้ไม่ใช่ปัญหา ด้าน อดุลย์ หวันสกุล หนึ่งในผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมาร่วมรับฟังการเสนอโครงการ กล่าวว่า เท่าที่ฟังดูก็เห็นว่าเป็นโครงการที่ดี และโดยพื้นฐานของเด็กในพื้นที่ก็มีศักยภาพอยู่ในตัว ฉะนั้นโครงการปัตตานีเพลสก็น่าจะเป็นโครงการที่ต่อยอดในเรื่องของการศึกษา สันทนาการ ในกรอบของคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาอิสลาม “ปัตตานีเพลสจะเป็นแหล่งพบปะ และเป็นแหล่งที่ให้ความรู้กับคนทุกกลุ่ม ปัจจุบันในพื้นที่ชายแดนใต้ เด็กๆ ที่สนใจในเรื่องการศึกษายังขาดแคลนสถานที่กวดวิชา ฉะนั้นปัตตานีเพลสจะเป็นคำตอบ” ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบที่อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการลงทุนขนาดใหญ่นั้น อดุลย์ มองว่า ไม่ใช่เรื่องน่าวิตก เพราะที่ผ่านมาโครงการก่อสร้างห้างค้าปลีกขนาดยักษ์อย่าง “บิ๊กซี” ก็เกิดขึ้นในพื้นที่มาแล้ว เชื่อว่าทางบริษัทที่จะทำโครงการคงทำวิจัยเรื่องการตลาดมาเป็นอย่างดี “ผมยังเชื่อว่าหากปัตตานีเพลสเกิดขึ้นได้จริง จะเป็นการช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบได้อีกทางด้วยซ้ำ” อดุลย์ กล่าว นับเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สวนกระแสทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ใน พื้นที่ ทำให้น่าติดตามว่าในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นได้แค่โครงการในกระดาษ…หรือเกิด ขึ้นได้จริง! |
| P, Dalam negeri |